ตัดกราม ลดขนาดกราม เพื่อใบหน้าเรียวสวย

การทำศัลยกรรมในยุคนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อเพิ่มความสวยเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการอยู่แล้ว การผ่าตัดกรามเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยแก้ไขรูปร่างของใบหน้าให้สมดุล ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าใหญ่ แต่อยากแก้ไขให้ใบหน้าเรียวเล็ก วันนี้เราลองมาดูขั้นตอนการปรับเปลี่ยนใบหน้าให้เรียวสวย ด้วยการผ่าตัดกรามกันเลยดีกว่า ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ใบหน้าของคนเรานั้นประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลาง และใบหน้าส่วนล่าง ปัญหาใบหน้ากว้าง ใบหน้าเหลี่ยมมักจะเกิดจากการมีขนาดรูปร่างใบหน้าส่วนล่างมีขนาดผิดปกติ ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ก่อนการเข้ารับการผ่าตัด คนไข้จะต้องเข้ามาขอคำแนะนำจากแพทย์ เสร็จแล้วจึงมีการตรวจสอบหาความผิดปกติของใบหน้า ทำการเอ็กซเรย์ เพื่อวางแผนในการผ่าตัด ทำให้ทราบว่าจะสามารถตัดแต่งกระดูกได้มากน้อยแค่ไหน การผ่าตัดกรามแบ่งออกเป็น 2 เทคนิค การผ่าตัดภายนอกช่องปาก การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หลังการผ่าตัดทำให้เกิดอาการบวมเพียงเล็กน้อย แต่เป็นวิธีที่ทำให้เส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้รับการกระทบกระเทือนได้ง่าย โดยแพทย์จะผ่าตัดจากภายนอกช่องปากบริเวณกระใกล้กับมุมกราม ผ่านชั้นกล้ามเนื้อลงไป จากนั้นจึงใช้เลื่อยเข้าไปตัดกระดูกในส่วนที่ต้องการ จากนั้นตกแต่งมุมกระดูกให้สวยงาม แล้วจึงเย็บปิดปากแผล ข้อเสียของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะทำให้เกิดรอยแผลเป็น ในปัจจุบันจึงไม่ได้รับความนิยม การผ่าตัดภายในช่องปาก โดยส่วนใหญ่แล้วการผ่าตัดกรามในปัจจุบันจะใช้วิธีนี้ในการผ่าตัด โดยแพทย์จะต้องวางแผนการผ่าตัดเอาไว้ล่วงหน้า โดยประเมินว่าจะสามารถตัดกระดูกขากรรไกรออกได้มากแค่ไหน การตัดขากรรไกรนั้นไม่สามารถได้มากเกินกว่าตำแหน่งเส้นประสาทได้ เพราะจะทำให้เส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือน การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด หลังการผ่าตัด ควรงดอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในระยะแรกของการผ่าตัดควรทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารแข็งที่ต้องใช้แรงเคี้ยว ให้พยายามอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อบริหารข้อต่อขากรรไกร เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อเกิดอาการฝืด ประคบเย็นบริเวณแก้มเป็นเวลา 7 วัน หลังการผ่าตัดจะทำให้เกิดอาการเขียวช้ำบริเวณคอและคาง

ความสวยที่เข้าใจกันผิดๆ

ในเรื่องของโครงหน้านั้น สมัยนี้มีความนิยมชมชอบให้ตัวเองมีโครงหน้าที่เรียวๆ หน้าวีๆ มีความแบ๊วๆกัน ด้วยโครงหน้าของหญิงสาวชาวเอเชียส่วนใหญ่จะเป็นโครงหน้าที่มีกระดูกด้วยกันล้วนๆ ปัจจุบันจึงนิยมเข้าหาหมอศัลยกรรมเพื่อรับการผ่าตัดเปลี่ยนเปลี่ยนโครงหน้าให้มีความเล็กและวี๊วีกัน แต่อย่างว่าด้วยโครงหน้าของแต่ละคนก็จะมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน บางคนมีกระดูกที่กรามเยอะ หรือ กระดูกที่โหนกแก้มเยอะก็ผ่าตัดกันออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งหน้าที่สวยเหมือนสาวเกาหลี แต่บางคนก็มีความเชื่อที่ผิดๆ เห็นว่าตัวเองเป็นคนทีมีโหนกแก้มหน้าดูตอบๆ บางคนให้เหตุผลว่าตั้งแต่จัดฟันมาทำให้โหนกแก้มเห็นชัดขึ้น บ้างก็ว่าช่วงดูผอมๆลงหน้าดูซูบๆ คนเหล่านี้ได้รับการเชื้อเชิญไปสถาบันความที่ว่ากันด้วยไม่ต้องผ่าตัดก็แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ นั้นคือ การฉีดสารเติมเต็ม คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้การฉีดสารเติมเต็มที่เรานั่น มีความนิยมกันมากกๆๆๆๆ นับว่าหาได้ยากมาก หากถามว่าเคยยังไม่เคยฉีดสารเติมเต็มมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นบนใบหน้า ตามจมูก คาง ขมับ ร่องแก้ม โดยหลงเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นน่าจะไม่มีผลอะไรตามมา ฉีดนิดๆหน่อยๆคงไม่มีปัญหาอะไร บวกกับเดี๋ยวนี้ตามสถาบันความงามนิยมขายสารเติมเต็มให้กับคนไข้มากขึ้น ด้วยราคาที่ไม่แพง และใช้ระยะไม่นานก็สวยได้ เหล่าสาวๆทั้งหลายเลยผ่านกระบวนการฉีดสารเติมเต็มมาด้วยกันเยอะแยะ มีอยู่เคสนึงที่ที่อยากจะแก้ไขรูปหน้าโดยอาศัยการฉีดสารเติมเต็มเช่นเดียวกัน ซึ่งสาวคนนี้ต้องการที่จะแก้ไขใบหน้าของตัวเอง เพราะมองว่าตัวเองเป็นคนที่โหนกแก้มสูง ทำให้ไม่พอใจใบหน้าของตัวเอง มองว่าหน้าตัวเองดูตอบๆ เลยไปทดลองการฉีดสารเติมเต็มที่หน้า บริเวณใต้โหนกแก้ม หวังเพื่อให้หน้าดูอวบอืมขึ้น แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองหวังไว้ และสุดท้ายก็ต้องหันมาแก้ไขปัญหาปรับโครงหน้าโดยการผ่าตัดยุบโหนกแก้มนั้นเอง ดูเหมือนการผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของใครหลายๆคน อาจจะเพราะว่าดูน่ากลัว ดูต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยมสะเท่าไหร่ ชอบจะไปฉีดสารเติมเต็มเพื่อแก้ไขรูปหน้ากันสะเปล่า แต่จริงๆแล้วทางเลือกที่สาวๆเลือกกันนั้น ไม่ได้มีผลดีต่อหน้าตัวเองเลย สารเติมเต็มที่ฉีดไปนั่นล้วนแล้วแต่จะสร้างปัญหาให้กับคนที่ฉีดไป

หลังจากเสริมคางแล้วจะเป็นอย่างไร?

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัดเสริมคางที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน  โดยปกติในขั้นตอนของการผ่าตัดนั้นศัลยแพทย์จะป้องกันเพื่อให้ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด ผลข้างเคียงหลังการทำคางที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน มีดังต่อไปนี้ มีอาการปากชา อาการนี้อาจจะมีอาการเพียงแค่ชั่วคราว และจะหายเป็นปกติเองในเวลาไม่นาน สาเหตุที่เกิดนี้เพราะบริเวณโดยรอบคางมีเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น เส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับริมฝีปากล่าง และในการผ่าตัดเสริมคาง หากมีการผ่าตัดเลาะชั้นผิวจนใกล้เส้นประสาทก็อาจจะส่งผลมีอาการชาที่ปากแผลผ่าตัดอาจจะมีอาการอักเสบ หรือติดเชื้อ การผ่าตัดคาง สำหรับใครที่มีแผลในช่องปากจะมีโอกาสที่แผลจะติดเชื้อได้ง่ายจึงต้องรู้วิธีการป้องกันและแก้ปัญหาในเบื้องต้น จะต้องทานยาแก้อักเสบเพื่อช่วยลดอาการอักเสบให้น้อยลง รวมไปถึงเรื่องของการดูแลแผลหลังจากที่มีการผ่าตัดมาแล้วของตัวคนไข้เองก็มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาคางเอียง  ปัญหาซิลิโคนเอียง การเสริมคางด้วยซิลิโคน ก็คล้ายกับการเสริมจมูก เพราะการเสริมจมูกสามารถเอียงได้ การทำคางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน  ซึ่งอาจเกิดจากมีการกระทบกระเทือนกระแทกแรงๆก็อาจจะทำให้ซิลิโคนเอียง โดยทั่วไปคางจะเริ่มเข้าทีและอยู่ตัวใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน การดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคางเอียง หรือซิลิโคนเบี้ยวนั่นก็คือ หลังการผ่าตัดเสริมคางเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ห้ามกระแทก อย่าจับ –ถู คาง หรืออย่าลูบคางบ่อย เพราะจะทำให้คางเอียงได้ หลังผ่าตัดเสร็จแล้วคุณสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ และกลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลจากการนัดใน 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัด ในกรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก ควรทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนๆที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อช่วยในการลดการกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร หรือจะเป็นน้ำเปล่า เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล หรือเกิดการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด หรือมีอาการปวด-บวมที่บริเวณแผลอาจเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันจากที่ทำ หากมีมากกว่าปกติให้รีบพบแพทย์ หรืออาจจะจ่ายยาแก้ปวด

จมูกเอียง หลังทำศัลยกรรม แก้ไขอย่างไรดี

การทำศัลยกรรมยอดฮิตอย่างหนึ่ง ที่สาว ๆ หลายคนให้ความสนใจ ก็คือการทำศัลยกรรมจมูกนั้นเอง เพราะจมูกที่สมส่วนรับกับใบหน้า จะทำให้ใบหน้าดูมีมิติน่ามอง ดังนั้นการปรับแต่งรูปจมูกให้สวยงาม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสาว ๆ แต่การทำศัลยกรรมจมูกนั้น ก็อาจมีผลข้างเคียง ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ สำหรับผู้ที่ทำศัลยกรรมจมูกเสร็จแล้วจมูกเอียง  วันนี้เราลองมาดูวิธีแก้ไขกันว่า ต้องอย่างไรบ้างหลังเพื่อแก้ไขจมูกให้เข้ารูปเหมือนเดิม ลักษณะจมูกเอียง การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนนั้น เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาอีกมากมาย จากการทำศัลยกรรมด้วยวิธีนี้ เช่น จมูกทะลุ จมูกเบี้ยว จมูกบวม ซึ่งสามารถสังเกตอาการผิดปกตินี้ได้จากลักษณะเหล่านี้ โคนเอียง ให้สังเกตว่าบริเวณคิ้วและหัวตามีมีการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ปลายเอียง ลักษณะบริเวณโคนตรง แต่ส่วนปลายจมูกมีการเอียง เอียงทั้งแท่ง เป็นลักษณะของทั้งบริเวณโคนและส่วนปลายไหลไปอีกฝากหนึ่งของจมูก ซิลิโคนที่เสริมตรงกระดูกจมูกธรรมชาติเอียง สำหรับกรณีนี้จะทำการแก้ไขได้ยาก กว่าวิธีอื่น ต้องทำด้วยการผ่าตัดเท่านั้น อาการจมูกเอียงต้องหมั่นสังเกตตัวเองเป็นประจำ เมื่อพบความผิดปกติใด ๆ ก็ตาม ให้รีบกลับไปปรึกษาแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้จมูกเอียงและทำการแก้ไขอย่างถูกวิธี สาเหตุที่ทำให้จมูกเอียง สาเหตุที่ทำให้จมูกเอียง สิ่งที่ทำให้เกิดจมูกเอียงนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุแรกได้แก่สันเดิมคด เพราะคนไข้บางคนมีสันจมูกที่อยู่แล้ว สาเหตุที่สองเกิดจากการได้รับแรงกระแทก เช่น การหกล้มแล้วจมูกมีการกระแทก หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของการเจริญของผนังกั้นจมูกโดยกำเนิด เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจึงทำให้จมูกเอียง การใช้แทงซิลิโคนที่ยาวมากเกินไปก็ทำให้จมูกเอียง

ทำปากกระจับ ศัลยกรรมปากบาง อยากสวยต้องรู้ไว้

การทำศัลยกรรมปากบาง ทำปากกระจับได้รูปนั้น ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สาว ๆ เพราะริมฝีปากก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่สร้างเสน่ห์ให้กับใบหน้า ซึ่งริมฝีปากของแต่ละคนนั้นก็มีรูปร่างที่แตกต่างกันไป การทำปากบาง จะช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากใหญ่ไม่เข้ากับใบหน้า หลังจากทำเสร็จแล้ว จะทำให้ริมฝีปากบาง เป็นกระจับมากขึ้น วันนี้เราลองมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมปากกระจับกัน เตรียมตัวก่อนทำปากกระจับ ทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด 1 – 2 อาทิตย์ หลีกเลี่ยงการรับประทานยา หรืออาหารเสริม ที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น วิตามิน ยาแอสไพริน อาจทำให้เลือดง่าย และออกมากกว่าปกติ ควรสระผมก่อนการผ่าตัดด้วย เพราะหลังจากการผ่าตัดแล้ว จะทำให้ทำความสะอาดไม่สะดวก เพราะต้องระวังแผลผ่าตัดไม่ให้โดนน้ำ ในช่วงหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ ให้หาเวลาพักผ่อน งดการออกกำลังกายหนัก ที่ส่งผลเสียทำให้บาดแผลได้รับการกระทบกระเทือน งดการสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว 4 อาทิตย์ ขั้นตอนการผ่าตัดปากกระจับหรือปากบาง แพทย์จะเริ่มฉีดยาชาด้านในริมฝีปาก เพื่อระงับความรู้สึกที่จุดนั้น แพทย์จะใช้มีดผ่าตัด ตัดบริเวณปากด้านล่าง ที่ได้วางตำแหน่งเอาไว้ เพื่อทำให้ริมฝีปากได้รูปสวยงาม หลังจากเสร็จขั้นตอนการผ่าตัดแล้ว

3 เทคนิคการทำตาสองชั้น ยอดฮิต

การทำศัลยกรรมทำตาสองชั้นนั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุคนี้ ทำให้มีความปลอดภัยสูง ช่วยลดเวลาในการพักฟื้น หลังจากทำแล้วตาดูสวยเป็นธรรมชาติ เพราะใคร ๆ ก็อยากสวยใสด้วยกันทั้งนั้น การมีตาสองชั้นสาว ๆ ในยุคนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ใบหน้าน่ามอง วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการทำตาสองชั้นด้วยเทคนิคสมัยใหม่มาฝากกัน ศัลยกรรมตาสองชั้น การทำตาสองชั้น โดยทั่วไปแล้ว จะอยู่เหนือขอบหนังตาประมาณ 6 – 10 มิลลิเมตร โดยมีลักษณะเป็นเส้นโค้ง จะเริ่มจากหัวตาทั้งสองข้างแล้วจึงค่อย ๆ กว้างไปจนถึงหางตา หากเส้นอยู่ห่างจากหนังตาน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร จะทำให้มองเห็นชั้นของตาไม่ชัดเจน แต่หากมีความห่างจากขอบหนังตามากกว่า 10 มิลลิเมตร จะทำให้ตาดุ แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของรูปหน้าของแต่ละคน รวมถึงลักษณะตาของแต่ละคนโดยใช้วิธีการเหล่านี้ วิธีกรีดหนังตา การทำศัลยกรรมวิธีนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเปลือกตามาก มีชั้นไขมันใต้ตาเยอะ หนังตาด้านบนตก ขนตาจิ้มดวงตา ต้องการตาสองชั้นถาวร โดยแพทย์จะทำการกำหนดตำแหน่งของชั้นตาให้สวยงาม เหมาะกับรูปใบหน้า แล้วใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดหนังตาตั้งแต่บริเวณหัวตา ไปจนถึงหางตา แล้วตัดไขมันในบางส่วนออกไป หลังจากนั้นจึงทำการเย็บปิดปากแผลให้ปิดสนิท การทำตาสองชั้นด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้ชั้นตาที่ถาวร