หลังจากเสริมคางแล้วจะเป็นอย่างไร?

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัดเสริมคางที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน  โดยปกติในขั้นตอนของการผ่าตัดนั้นศัลยแพทย์จะป้องกันเพื่อให้ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด ผลข้างเคียงหลังการทำคางที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน มีดังต่อไปนี้ มีอาการปากชา อาการนี้อาจจะมีอาการเพียงแค่ชั่วคราว และจะหายเป็นปกติเองในเวลาไม่นาน สาเหตุที่เกิดนี้เพราะบริเวณโดยรอบคางมีเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น เส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับริมฝีปากล่าง และในการผ่าตัดเสริมคาง หากมีการผ่าตัดเลาะชั้นผิวจนใกล้เส้นประสาทก็อาจจะส่งผลมีอาการชาที่ปากแผลผ่าตัดอาจจะมีอาการอักเสบ หรือติดเชื้อ การผ่าตัดคาง สำหรับใครที่มีแผลในช่องปากจะมีโอกาสที่แผลจะติดเชื้อได้ง่ายจึงต้องรู้วิธีการป้องกันและแก้ปัญหาในเบื้องต้น จะต้องทานยาแก้อักเสบเพื่อช่วยลดอาการอักเสบให้น้อยลง รวมไปถึงเรื่องของการดูแลแผลหลังจากที่มีการผ่าตัดมาแล้วของตัวคนไข้เองก็มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาคางเอียง  ปัญหาซิลิโคนเอียง การเสริมคางด้วยซิลิโคน ก็คล้ายกับการเสริมจมูก เพราะการเสริมจมูกสามารถเอียงได้ การทำคางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน  ซึ่งอาจเกิดจากมีการกระทบกระเทือนกระแทกแรงๆก็อาจจะทำให้ซิลิโคนเอียง โดยทั่วไปคางจะเริ่มเข้าทีและอยู่ตัวใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน การดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคางเอียง หรือซิลิโคนเบี้ยวนั่นก็คือ หลังการผ่าตัดเสริมคางเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ห้ามกระแทก อย่าจับ –ถู คาง หรืออย่าลูบคางบ่อย เพราะจะทำให้คางเอียงได้ หลังผ่าตัดเสร็จแล้วคุณสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ และกลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลจากการนัดใน 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัด ในกรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก ควรทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนๆที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อช่วยในการลดการกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร หรือจะเป็นน้ำเปล่า เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล หรือเกิดการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด หรือมีอาการปวด-บวมที่บริเวณแผลอาจเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันจากที่ทำ หากมีมากกว่าปกติให้รีบพบแพทย์ หรืออาจจะจ่ายยาแก้ปวด

ผ่าตัดลดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมัน อยากผอมต้องรู้ไว้

การมีไขมันมากจนเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อรูปร่างโดยรวมของเรา ทำให้ขาดความมั่นใจในการใส่ชุดสวย โดยเฉพาะการมีไขมันสะสมอยู่บริเวณพุงมากจนเกินไป จนทำให้พุงป่อง เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงหลายคน ในปัจจุบันได้มีการผ่าตัดลดไขมันหน้าท้อง และการดูดไขมัน  เราลองมาดูข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันดีกว่า การดูดไขมัน การดูดไขมันจะเป็นการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อยาว สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดูดไขมันส่วนเกินออกมา ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา การดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดความอ้วน แต่สามารถลดไขมันที่สะสมในส่วนต่าง ๆ ให้ลดลง ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน การดูดไขมันนั้น จะทำให้รูปร่างผอมเพรียวมากขึ้น จะทำให้รูปร่างโดยรวมดูดีขึ้น ทำให้รู้สึกมั่นใจ ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมันนั้นควรเป็นผู้ที่ไม่อ้วนมากจนเกินไป ผิวหนังมีความยืดหยุ่นดี แต่ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง มีสุขภาพจิตเป็นปกติ ผู้ที่มีอายุมากก็สามารถดูดไขมันได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน การผ่าตัดไขมันหน้าท้อง การผ่าตัดไขมันหน้าท้อง เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง จะช่วยแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องที่หย่อนยาน ทำให้หน้าท้องตึงขึ้น แต่มีข้อเสียทำให้เกิดรอยแผลเป็นอยู่บริเวณส่วนล่างของท้อง ผู้ที่เหมาะสำหรับการผ่าตัดไขมันหน้าท้อง การผ่าตัดลดไขมันหน้าท้องนั้นเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาหน้าท้องหย่อยยาน แตกลายบริเวณส่วนล่างของท้อง มีไขมันสะสมอยู่ในส่วนของหน้าท้องมากจนเกินไป แต่ไม่ใช่คนอ้วน จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ สำหรับผู้ที่อ้วนมากหรือมีน้ำหนักส่วนเกินมากจนเกินไป ควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสียก่อน แล้วจึงทำการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ความเสี่ยงต่อการผ่าตัด หากทำการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ส่วนใหญ่จะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่การผ่าตัดลดไขมัน ก็ยังมีความเสี่ยงเหมือนกับการผ่าตัดใจรูปแบบอื่น ๆ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง